Theme-gallery

*เรื่องที่อยู่ในเอนทรี่นี้ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับประเทศ บุคคลหรือองค์กรที่มีอยู่จริงใดๆทั้งสิ้น
*เฮตาเลียนั้น เป็นการ์ตูนล้อเลียนเสียดสีที่ตัวละครมีต้นแบบมาจากประเทศ ท่านที่อ่อนไหวกับเรื่องแนวนี้ขอความกรุณาหลีกเลี่ยงด้วย 
*เนื้อหา และตัวละครที่อยู่ในเอนทรี่นี้เป็นเพียงการแต่งจากจินตนาการของเจ้าของบล๊อก และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับทางต้นฉบับเฮตาเลียทั้งสิ้น
 
วันนี้วันเด็ก แต่ไม่ได้ทำอะไรที่เกี่ยวข้องกับวันเด็กเลยค่ะ ^^" (ก็ไม่ใช่เด็กแล้วนี่นา..)
วาดดองไว้ตั้งแต่ปีไหนหว่า... แต่มั่นใจมากว่า วาดทิ้งไว้เกินปีแล้วแน่นอน... (แต่ลายเส้นเราเนี่ยไม่ค่อยเปลี่ยนเลยเนอะ?)
จะว่าไป...ธีมครั้งสุดท้ายที่อั๊พนี่มันก็เกินปีมาแล้วด้วยนี่หว่า..... (แต่ปีที่แล้วก็ไม่ค่อยได้อั๊พอะไรจริงๆนั่นแหละ)
สงสัยจะเป็นเทศกาลระบายของดอง... (ถ้าคิดจะระบายจริงๆก็รีบๆวาดTag ถ้าแฟน.. ต่อเร็วๆสิยะ...)
 
หัวข้อวันนี้เป็นเรื่อง "จูบ" ค่ะ ^^
และแน่นอนเนื่องจากว่าคนวาดเป็นข้าพเจ้ามันก็เลยไม่มีอะไรหวาบหวิวให้ก๊าวใจเล่นหรอกค่ะ (บอกไว้ก่อนจะได้ไม่รู้สึกผิดหวังมากนัก...)
 
เมื่อก่อน
 
อารมณ์ "ผมรักอังกฤษที่สุดเลย!" "ฉันก็เหมือนกัน"
 
ปัจจุบัน
 
 
 "ฑูตสวรรค์น้อยๆของฉัน...."
 "...."
 
และแล้วหมัดเหล็กก็คงจะฟาดลงบนหัวท่านอาเธอร์อย่างไร้ปรานีก่อนจะโดนแบกกลับบ้าน สาธุฯ
จริงก็อยากวาดเป็นหัวข้อ "แบกขึ้นหลัง" เป็นภาพต่ออยู่เหมือนกันค่ะ แต่ปัญหาคือยังไม่ได้วาดเลยเนี่ยสิ... (ไม่มีกะใจต่อเลยด้วยอ่า...) orz
 
 
แล้วก็ ขอไหนๆก็ไหนอีกสักทีค่ะ m(__)m
อยากเล่าต่อมาก ถึงจะไม่มีใครอยากฟังก็เถอะ
 
คือมีเล่มนึงเป็นเล่มอัลฟ์สูญเสียความทรงจำน่ะค่ะ
ซึ่งตอนต้นเรื่องคนเขียนจะขึ้นมาว่า ท่านอาเธอร์โดนเจ้านายชี้หน้าสั่งมาว่าให้ทำยังไงก็ได้ให้อัลฟ์เนี่ยสัญญามาให้ได้ว่าจะไม่กลับไปยึดลัทธิมอนโรอีก เนื่องจากอังกฤษจำเป็นต้องพิ่งอะไรหลายๆอย่างจากอเมริกา หรืออะไรก็ว่าไป บลาๆๆ

(นึกอยากอธิบายเอาเอง ลัทธิมอนโรก็เหมือนเป็นนโยบายการต่างประเทศ(มั้ง)ที่จำเพาะเจาะจงเฉพาะยุโรปด้วยว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวอะไรด้วย และจะไม่ให้ชาติยุโรปเข้ามาแทรกแซงอะไรก็ตามในอเมริกา) (เพราะช่วงนั้นยุโรปตีกันเองอยู่ตลอดเวลา ไม่อยากจะซวยด้วยก็ไม่แปลกหรอก ยิ่งเวลาอังกฤษกับฝรั่งเศสตีกันเนี่ย อเมริกามักจะซวยไปด้วยเพราะเหมือนมีโดนอังกฤษยึดเรือสินค้า แล้วยังจับคนไปเป็นทหารอีก(เพราะพูดภาษาเดียวกันด้วยมั้ง))
ไปหาอ่านเพิ่มเติมได้ที่ ลุงวิกิ ค่ะ
 
แล้วเจ้านายยังบอกอีกว่า ถ้ายังทำไม่ได้ ไม่ต้องกลับบ้าน ท่านก็เลยกลุ้มใจมากว่าจะทำยังไงดี อัลฟ์ใช่ว่าจะยอมฟังที่ท่านพูดด้วยเนี่ยสิ
 
(ขอกัด... คือว่านะ...จนป่านนี้แล้ว อเมริกามีความจำเป็นอะไรที่จะต้องกลับไปยึดลัทธิมอนโรอีกเนี่ย? (ในเรื่องก็ไม่ได้บอกปีเอาไว้ซะด้วยสิ) คือข้าพเจ้าคิดว่านะ ขืนอเมริกากลับไปยึดลัทธิมอนโรอีกสิ คนลำบากจะเป็นตัวอเมริกาเองเนาะ? แถมพูดจริงๆนะ ข้าพเจ้ามองยังไงมันก็ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของท่านอาเธอร์เลยอ่ะ ไม่รู้ทำไมถึงต้องอยากเปลืองตัวเองขนาดนี้ด้วย...)
(แล้วพูดจริงๆนะ.. สัญญามีไว้ให้แหกเนาะ...? แค่ให้ไปสัญญากันเฉยๆ มันเชื่ออะไรได้งั้นเหรอ?)
......แค่ตรงบทนำก็สับไปเยอะเลยเนี่ย... คือเหตุผลมันไม่สมเหตุสมผลเอาซะเลยอ่ะ
 
แล้วก็เหมือนจะมีงานประชุมโลกที่บ้านอัลฟ์มั้ง ท่านอาเธอร์มาถึงก็คิดหนักว่าจะทำยังไงดี ไม่งั้นตัวเองกลับบ้านไม่ได้ (ตอนแรกข้าพเจ้านึกว่าคุณเจ้านายตั้งใจจะหมายความแค่ว่านี่เป็นเรื่องคอขาดบาดตายนะ แต่ดูเหมือนจะเป็นความหมายนัยตรงงั้นเรอะ?) แล้วดูเหมือนว่าอัลฟ์คนนี้จะไม่แคร์อะไรท่านอาเธอร์สักเท่าไรด้วยมั้ง แล้วไม่แน่ใจว่าท่านไปทำอะไรอีท่าไหนแล้วไปชกหรือผลักอัลฟ์ล้มจนหมดสติเข้า พออัลฟ์ตื่นขึ้นมาก็ความจำเสื่อม แล้วกลายเป็นว่าพอเห็นท่านปุ๊บก็หลงรักเลยขอเป็นแฟนด้วย ท่านก็เหมือนจะฉวยโอกาสว่าถ้าเป็นแฟนกันแล้วก็คงจะขอให้อัลฟ์ช่วยสัญญาว่าจะไม่กลับไปยึดลัทธิมอนโรอีก ก็เลยบอกกลับไปว่า พูดอะไรน่ะ พวกเราก็เป็นคนรักกันอยู่แล้วนี่
 
(ขอกัดอีก... นี่นะ... ข้าพเจ้าไม่เข้าใจอย่างยิ่งยวดว่าทำไมท่านจะต้องหลอกเป็นคนรักก่อนแล้วค่อยขออีกฝ่ายให้สัญญาด้วย? ก็หลอกไปเลยเด้ว่าจำที่เคยสัญญาได้รึเปล่า? แล้วก็จับเซ็นต์สัญญาไปเลยสิ ทีนี้ก็จบเรื่องแล้ว ไม่เห็นจะต้องทำอะไรอ้อมโลกแบบนั้นเลยแท้ๆ ทำไมท่านโง่จัง?)
(นี่ข้าพเจ้าจบเรื่องนี้ให้ได้ไม่เกินสิบหน้าเลยเนี่ย อาจจะถือว่าเป็นเล่มที่มีจุดบอดเยอะและชัดเจนที่สุดมั้ง?)
 
แล้วไม่รู้ว่าเพราะใจตัวเองเรื่องมันจบแล้วรึไง ถึงจำเหตุการณ์ในเรื่องไม่ค่อยได้เท่าไร... แต่เหมือนๆจะประมาณว่าท่านที่ต้องกล้ำกลืนคำตัวเองว่าเป็นคนรักของอัลฟ์ จะโดนอัลฟ์รุกอยู่เรื่อยๆ ซึ่งท่านจริงๆก็ไม่ได้เป็นเกย์อะไรก็เลยพยายามหาข้ออ้างเบี่ยงไปเรื่อยแต่สุดท้ายก็เสร็จอัลฟ์จนได้ (แถมเหมือนๆท่านจะลืมไปแล้วชอบกลว่าทำไมถึงหลอกอัลฟ์ว่าเป็นคนรักเนี่ย ไม่เห็นท่านจะพูดถึงเรื่องสัญญิงสัญญาอะไรเลย เอาแต่คิดรู้สึกผิดที่หลอกอัลฟ์ หรือกลัวอัลฟ์รู้ความจริงแล้วจะตีตัวออกห่าง อะไรแถวๆนี้อยู่นั่นแหละ)
แต่เอาเป็นว่าตามหลักหนังน้ำเน่าที่ดี ก็มีเหตุอะไรสักอย่างทำให้อัลฟ์ความจำกลับมาแล้วและก็ยังจำเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างที่ตัวเองความจำเสื่อมได้ด้วย ก็เลยพาลโกรธท่านอาเธอร์ที่มาหลอกตัวเอง (แต่ตอนแรกแกก็เป็นคนขอเค้าเป็นแฟนไม่ใช่เรอะ?) รู้สึกท่านอาเธอร์ก็มีพาลกลับเหมือนกันทำนองว่าช่วงที่อัลฟ์ยังความจำเสื่อมอยู่เหมือนจะมีพูดๆกันว่าจะอยู่ด้วยกันตลอดไปหรือจะไม่ทิ้งกันอะไรเนี่ยแหละ ท่านเลยว่าอัลฟ์ที่ความจำกลับมาแล้วว่าโกหก ทั้งๆที่สัญญาเอาไว้แล้ว
 
(.....ไม่รู้จะกัดยังไงดีแล้วเนี่ย...)
 
แล้วก็เหมือนจากคำแนะนำของคุณพี่(มั้ง) อัลฟ์ถึงไปปรับความเข้าใจกับท่านอาเธอร์นะ แล้วก็แฮปปี้เอนด์ล่ะ แต่มีบทส่งท้ายที่เหมือนท่านจะเพิ่งนึกออกว่ายังไม่ได้ให้อัลฟ์สัญญาว่าจะไม่กลับไปยึดลัทธิมอนโรเลยนี่หว่า (ถามจริงเถอะ... ตลอดทั้งเรื่องนี่ท่านทำอะไรของท่านอยู่เนี่ย?) เลยค่อยทักอัลฟ์ว่าจะสัญญาได้มั้ย และโดนอัลฟ์ปฏิเสธกลับมาอย่างสวยงามว่าไม่ ท่านก็ได้แต่ถอนหายใจว่าแบบนี้ก็กลับบ้านไม่ได้สิ...
 
(....ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวท่านอาเธอร์ก็คงโดนเจ้านายเรียกตัวกลับบ้านเองแหละ อย่าหวังเลยน่าว่าจะได้อยู่บ้านอัลฟ์ต่อไปเรื่อยๆ)
 
พูดจริงๆว่าหลังจากที่อัลฟ์ความจำเสื่อมแล้ว ข้าพเจ้าก็จำเนื้อเรื่องไม่ค่อยได้เลยอ่า... (ใช้แรงทั้งหมดสับเนื้อเรื่องช่วงต้นไปหมด) คงเพราะตรรกะตอนแรกมันโดนแย้งไปแล้ว เนื้อเรื่องที่เหลือมันเลยดูประหลาดๆไปหน่อยสำหรับข้าพเจ้ามั้ง? คือถ้าจะหลอกว่าสัญญาเรื่องลัทธิมอนโรไปแล้ว แต่อัลฟ์ไม่ยอม จะให้ท่านอาเธอร์ตกลงเป็นคนรักก่อนให้ได้ ถึงยอมเซ็นต์สัญญานี่ข้าพเจ้าว่ายังดูมีเหตุผลกว่าอีก (แต่จะกลายเป็นว่าท่านไม่มีความจำเป็นจะต้องรู้สึกผิดที่หลอกอะไรอัลฟ์เลย)
 
แล้วขออีกสักเรื่อง
เรื่องนี้เป็นกักคุเฮตะ และเป็นเรื่องงานเทศกาลโรงเรียนค่ะ ซึ่งตอนขึ้นเรื่องจะเป็นว่า ตอนอัลฟ์เข้าเรียนใหม่ๆท่านอาเธอร์มีหลอกใส่ปลอกคออัลฟ์เพื่อเอามาเป็นอาณานิคมอีกรอบ อัลฟ์ก็เลยเหมือนจะหลอกสารภาพรักท่าน และฉวยโอกาสแย่งกุญแจไปตอนที่แกล้งจับกดท่านอาเธอร์
พอเข้าเรื่องก็ประมาณว่าท่านอาเธอร์กำลังนั่งกลุ้มอยู่ว่าจะเสนอทำกิจกรรมโรงเรียนอะไรดี แล้วก็ได้เซย์จังเสนอว่าให้ทำงานเทศกาลโรงเรียนเป็นไง (แต่ตรงนี้แอบงงนิดหน่อย ข้าพเจ้าเข้าใจว่างานเทศกาลโรงเรียนมันก็ครือๆกับงานวันวิชาการเนาะ? แค่ชื่อเรียกต่างกันเนี่ย ข้าพเจ้าไม่คิดว่ามันเป็นงานที่มีแต่ในญี่ปุ่นสักหน่อยนา....) (ก็เล่นอธิบายว่างานเทศกาลโรงเรียนเป็นของญี่ปุ่น ท่านเลยไม่เคยได้ยินมาก่อน ไม่รู้ว่ามันคืออะไร...นี่มัน...)
แล้วก็เหมือนตกลงว่าจะทำเทศกาลโรงเรียน หลังจากที่ไปถามจากท่านฮอนดะแล้วต้องทำยังไงบ้างก็มีต้องรวบรวมรายชื่อของแต่ละห้องว่าจะออกร้านอะไร ซึ่งปรากฏว่าห้องของอัลฟ์เป็นห้องเดียวที่ไม่ยอมส่ง พอท่านอาเธอร์ไปตามเอากับอัลฟ์ อัลฟ์ก็ว่าถือว่าห้องฉันไม่เข้าร่วมก็แล้วกัน แล้วก็ไม่สนใจ ซึ่งท่านอาเธอร์ก็ไม่ยอมสิ จะให้ปฏิบัติกับห้องนายเป็นพิเศษไม่ได้ แล้วก็กลายเป็นท้ากันไปท้ากันมาว่ากลัวแพ้ห้องอื่นล่ะสิ (เทศกาลโรงเรียนมันเป็นการแข่งขันระหว่างห้องเรียนด้วยเหรอ?) แล้วก็เลยกลายเป็นแข่งกันเอง และมีของรางวัลให้กับร้านที่รายได้ดีสุด...มั้ง ซึ่งตอนหลังท่านอาเธอร์ก็มากลุ้มใจที่ดันไปคล้อยตามอัลฟ์จนได้...
 
(ขอกัดนิด... ก็งงเหมือนท่านอาเธอร์นิดหน่อยนะว่าอัลฟ์มันมีสิทธิพิเศษอะไรหว่าถึงได้ไม่อยากเข้าร่วมก็ไม่เข้าร่วมได้อ่า? คือถ้ามันเป็นกิจกรรมที่ต้องทำทั้งโรงเรียน และไม่ใช่ตัวเลือกอิสระว่าใครอยากทำก็ทำ ไม่อยากทำก็ไม่ต้องทำล่ะก็ แสดงว่ามันก็น่าจะเป็นของบังคับใช่มะ? คือมันควรจะมีอะไรที่เป็นตัวบอกว่ามันบังคับให้ทุกคนต้องทำ โดยที่ไม่มีความจำเป็นอะไรเลยที่ประธานนักเรียนจะต้องลงมาบังคับด้วยตัวเอง อย่างเช่นมันเป็นคะแนนบังคับ ถ้าเอ็งไม่ทำตอนนี้ก็ซ้ำชั้นเรียนล่ะกัน ไม่งั้นวันหยุดก็ต้องมาทำกิจกรรมเสริมชดเชยคะแนนที่พลาดไปตรงนี้ อะไรทำนองนี้เนาะ? คือพูดจริงๆว่า ถ้าอัลฟ์ไม่อยากเข้าร่วม มันนั่นแหละจะซวยเอง ท่านแค่อธิบายเฉยๆว่าอยากซ้ำชั้นก็ตามใจนะ? แค่นี้ก็น่าจะพอแล้วอ่ะ...
คือถ้าอยากให้มีของรางวัลเพื่อกระตุ้นความคึกคักข้าพเจ้าก็ว่าสมเหตุผลดีนะ แต่ถ้าบอกว่าตั้งขึ้นมาเพียงเพื่อให้อัลฟ์เข้าร่วมงานโรงเรียนนี่มันดูจะผิดประเด็นไปหน่อยชอบกล....)
 
แล้วดูเหมือนท่านอาเธอร์จะมีได้รับคำขู่ให้เลิกงานเทศกาลโรงเรียนซะ ไม่งั้นจะเกิดเรื่อง โดยที่ไม่รู้ว่าคนร้ายเป็นใคร ซึ่งแน่นอนว่าท่านจะยกเลิกงานโรงเรียนเพราะโดนขู่แค่นี้ไม่ได้ พอถึงวันงานเทศกาลโรงเรียนห้องท่านอาเธอร์ก็ออกร้านเป็นเมดคาเฟ่(ครอสเดรสด้วย) ตามคำแนะนำของท่านฮอนดะ ซึ่งก็เรียกแขกได้พอควร เนื่องจากมีผู้อยากรู้อยากเห็นว่าท่านประธานจอมโหดจะยกชามาเสิร์ฟด้วยตัวเองจริงหรือ? ส่วนห้องของอัลฟ์ทำเป็นบ้านผีสิงซึ่งคุณพี่ก็มาบอกว่าคนนิยมกันพอควรเลย ท่านอาเธอร์เลยว่าจะไปส่องด้วยตัวเองดูหน่อย
 
(แต่อยากบอกว่าตรงบทสนทนาระหว่างท่านอาเธอร์กับอัลฟ์ตอนที่ท่านไปเยี่ยมอัลฟ์เนี่ย ข้าพเจ้ารู้สึกเหมือนท่านอาเธอร์คุยอยู่กับมนุษย์ต่างดาวชอบกล....)
อย่างเช่นว่าอัลฟ์เห็นท่านแต่งชุดเมดมาก็แสลงใจว่ารสนิยมเธอเหรอเนี่ย ท่านก็เถียงสิว่านี่มันของออกร้านเว้ย ที่ต้องมาทั้งอย่างนี้เพราะเดี๋ยวก็ต้องกลับไปช่วยร้านต่อ มีแขกที่มาเพราะเล็งฉันอยู่เยอะนะเฟ้ย อัลฟ์ก็เหมือนไม่เชื่อ ทุกคนนี่สมองเพี้ยมไปแล้วงั้นสิ (....มันเพี้ยนตรงไหนหว่า... ถ้าปกติประธานนักเรียนจอมโหดที่เคร่งระเบียบสุดๆ มาแต่งชุดเมดและเสิร์ฟชาให้คนอื่นได้เนี่ย ข้าพเจ้าก็ว่ามันคงกระตุ้นต่อมท้าพิสูจน์คนได้พอควรเลยแหละ)
แถมอัลฟ์ยังมีการจะไปเปิดกระโปรงท่านอีก (อ้างว่า เธอแต่งชุดอะไรของเธอน่ะ) แน่นอนว่าท่านก็ต้องรีบดึงกระโปรงปิดใช่มะ? แต่อัลฟ์กลายเป็นไปว่าท่านอีก ข้างในไม่ได้ใส่อะไรรึไง? เธอนี่วิตถารจริงๆ (ทำไมเป็นงั้นได้วะ)
ท่านก็โวยสิ ใครที่ไหนจะโดนเปิดกระโปรงก็ต้องขัดขืนทั้งนั้นแหละวะ! อัลฟ์ก็แบบช่วยไม่ได้นิ ฉันไม่ได้มีรสนิยมวิปริตแบบเธอนี่(คงหมายถึงเรื่องแต่งชุดหญิง) จะไปรู้เรื่องแบบนั้นได้ยังไงกัน อย่าเอาฉันไปรวมกับเธอสิ
อ่านไปแล้วก็แบบ.... นี่กูคุยอยู่กับเอเลี่ยนเหรอวะ!!!!!!!!!! มันถึงได้ไม่มีสามัญสำนึกแบบชาวโลกเขากันน่ะ!!!!!!!
 
แล้วก็เหมือนจะมีการแบ่งกลุ่มกันเข้าไปดูบ้านผีสิงของห้องอัลฟ์ล่ะมั้ง ตอนแรกอัลฟ์ก็ทำท่าไม่อยากเข้าไปพร้อมกับท่านอาเธอร์ แต่พอแบ่งให้ท่านอาเธอร์ไปกับคุณพี่ แล้วอัลฟ์ไปกับเซย์จัง อัลฟ์ก็เลยฉุนขึ้นมาเลยลากท่านอาเธอร์เข้าไปพร้อมกันแทน แล้วก็เจอแมทซังเป็นคนเฝ้าบูทอยู่ อัลฟ์ก็เหมือนจะพยายามให้แมทซังบอกให้ได้ว่าท่านอาเธอร์แต่ชุดเมดแล้วดูประหลาด ซึ่งแมทซังก็แค่ เอ๋~ ก็น่ารักดีออก ทำให้อัลฟ์ดูจะไม่พอใจหนักเลยถอดแจ็กเก็ตตัวเองออกไปใส่คลุมให้ท่านแทนอ้างว่าไม่อยากเห็นสภาพเธอแบบนี้ไปมากกว่านี้แล้ว (..เสียสายตา?)
แล้วเหมือนพอออกจากบ้านผีสิงมาแล้วสองคนนี้ก็ทะเลาะอะไรก็ไม่รู้... (เหมือนจะเป็นเรื่องจะเอาอัลฟ์เป็นอาณานิคมอีกรอบรึไงเนี่ยแหละ) แล้วจู่ๆก็มีประกาศตามสายมาจากคนที่ขู่จะให้ล้มเลิกงานโรงเรียนว่า ถ้ายังไม่เลิกเดี๋ยวจะเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นนะ ถ้าอยากจะโทษก็ไปโทษประธานนักเรียนล่ะกัน บลาๆๆๆ ท่านอาเธอร์ได้ยินแบบนั้นก็เลยรีบวิ่งจะไปตามหาคนร้าย (ที่ไหนน่ะ?) ซึ่งอัลฟ์ก็วิ่งตามมาด้วยอ้างว่าเธอคนเดียวคิดว่าจะจัดการได้งั้นเหรอ ท่านอาเธอร์ก็ฉุนว่าฉันคนเดียวมันไร้ประโยชน์งั้นเรอะ! แล้วก็เถียงกันไปๆมาๆกลายเป็นว่าท่านโมโหว่าเกลียดฉันขนาดนั้นเลยเรอะ อัลฟ์เลยตะโกนกลับว่าเป็นงั้นได้จริงๆก็ดีนะ! เลยทำท่านงงๆว่าอัลฟ์หมายความว่าไง แต่ในขณะที่ท่านยังสรุปความคิดไม่ถูก ก็มีคนขว้างอะไรบางอย่างใส่ท่านอาเธอร์ แล้วอัลฟ์ก็เอาตัวเข้ารับแทน ท่านที่เห็นหลังอัลฟ์เต็มไปด้วยสีแดงก็เลยช๊อคเสียใจจนเกือบจะสารภาพอัลฟ์ไปแล้วแหละ แต่สังเกตุเห็นก่อนว่าไอ้สีแดงที่ว่ามันเป็นมะเขือเทศนี่หว่า
 
เลยไม่ต้องเดาว่าคนร้ายตัวจริงก็คือสามเพื่อนเลวกลุ่มเดิม และโอยะบุนก็ประกาศเริ่มเทศกาลปามะเขือเทศเลยกลายเป็นว่าท่านอาเธอร์กับอัลฟ์พลาดจังหวะสารภาพรักไป เลยโมโหจนไปร่วมปามะเขือเทศด้วยแทน แล้วพอตกเย็นก็จะมีเต้นรำรอบกองไฟ ซึ่งเซย์จังก็นึกขึ้นมาได้ว่าในการ์ตูนที่เพิ่งอ่านไปมีบอกว่าถ้าได้จูบกับคนรักหน้ากองไฟแล้วจะได้เป็นคู่รักที่มีความสุข (เนต้าแบบโจ่งแจ้งมากเลยนะ...) โอยะบุนเลยนึกสนุกว่าไม่มีใครลองทำดูหน่อยเหรอ อัลฟ์ก็เลยได้โอกาสดึงท่านไปจูบกันหน้ากองไฟ เป็นการประกาศว่าอาเธอร์เป็นของฉันนะ ห้ามใครมายุ่ง แล้วจากนั้นก็ไปเลิฟๆกันต่อที่ห้องประธานนักเรียน
 
เรื่องก็ประมาณนี้มั้ง (จำได้เยอะกว่าเรื่องก่อนอีกนะเนี่ย)
ให้พูดแล้วก็คงเป็นเรื่องที่คนเขียนแกเขียนออกมาหลุดน้อยที่สุดแล้วมั้ง (ยังไม่ถึงขั้นต้องสับแหลก) ซึ่งจริงๆเค้าก็เขียนค่อนข้างเยอะนะ แล้วข้าพเจ้าก็อ่านไปเรื่อยๆค่อนข้างเยอะเหมือนกัน แต่ช่วงนี้ไม่ค่อยได้ตามแล้วอ่า... บางเรื่องเหมือนว่าถ้าดูแค่พล๊อตเฉยๆ อาจจะสนุกนะ อาจจะน่ารักดีนะ แต่เหมือนยังเขียนเล่าเรื่องไม่เก่งด้วยมั้ง? (แต่ขยันเขียนจริงๆ..) อ่านไปแล้วรู้สึกเหมือนใช้คำซ้ำเยอะ ประโยคความหมายซ้ำเดิมก็เยอะ ไม่รู้ทำไมชอบเขียนทวนประโยคเดิมนัก...
(อย่างอะไรหว่า.. อัลฟ์ที่แบกท่านลงจากเครื่องบิน มีชายคนนึงเห็นแล้วก็ทำสีหน้าตกใจ แต่คนที่ทำสีหน้าตกใจก็ไม่ได้มีแต่ชายคนนี้ ทุกคนต่างก็จับจ้องสายตาตกใจมาที่ท่าน บลาๆๆๆ อะไรแบบเนี้ย อ่านแล้วจะแอบหงุดหงิดนิดหน่อย)
 
 

>>คุณ~SaKuRaKa-MikA_MooKiiE~

จริงๆ ก็มีคิดเหมือนกันค่ะว่าหรือที่เราอ่านไม่รู้เรื่องนี่เป็นเพราะภาษาญี่ปุ่น เรามันไม่แข็งพอหว่า...? แต่เห็นท่านพี่ก็บอกเหมือนกันว่าคนนี้ชอบเขียนเหมือนกระโดดข้ามไปมาก็เลยว่า ไม่ใช่เราที่อ่านไม่รู้เรื่องคนเดียวแฮะ...
จริงๆ ที่บ่นก็ไม่ใช่อะไรมากค่ะ ก็เหมือนนึกอยากเขียนว่าตอนที่เราอ่านมา เรารู้สึกอย่างนี้นา ก็เหมือนอยากเขียนเล่าเฉยๆแหละค่ะ คือมัน ถ้าชอบก็อ่านต่อ ไม่ชอบก็เลิกซะ ก็แค่นี้แหละค่ะ อย่างน้อยก็อยากจะพูดถึงเรื่องที่มันได้อ่านไปแล้วเท่านั้นเอง จริงๆก็อยากเอาเรื่องที่อ่านแล้วชอบๆมานั่งเล่าให้ฟังเหมือนกันค่ะ ช่วงนี้คงอยากพูดถึงเรื่องที่อ่านแล้วอยากกัดมั้งคะ ^^"