[APH] ด้ายแดงฉบับนิยาย

posted on 20 May 2012 14:13 by cloud19683 in Hetalia directory Fiction
*เรื่องที่อยู่ในเอนทรี่นี้ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับประเทศ บุคคลหรือองค์กรที่มีอยู่จริงใดๆทั้งสิ้น
*เฮตาเลียนั้น เป็นการ์ตูนล้อเลียนเสียดสีที่ตัวละครมีต้นแบบมาจากประเทศ ท่านที่อ่อนไหวกับเรื่องแนวนี้ขอความกรุณาหลีกเลี่ยงด้วย 
*เนื้อหา และตัวละครที่อยู่ในเอนทรี่นี้เป็นเพียงการแต่งจากจินตนาการของเจ้าของบล๊อก และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับทางต้นฉบับเฮตาเลียทั้งสิ้น
 
เหมือนตั้งใจไว้ตั้งแต่หลายเดือนก่อนว่า อยากจะขยันเอาเรื่องด้ายแดงที่ตอนแรกเรียบเรียงความคิดเป็นตัวหนังสือก่อนจะมากรองอีกทีให้เป็นเนม มาแปะลงบล๊อกดูน่ะค่ะ แบบว่าเสียดายตัวเอง คิดไว้ตั้งเยอะแต่ก็ต้องตัดออกไปเยอะเหมือนกัน ^^" (แต่ตัดออกไปเยอะแล้วก็ยังหนาอยู่ดีเนอะ...)
...แล้วก็จริงๆตั้งใจจะอั๊พตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้วแต่ก็ลืมแล้วลืมอีก ผลัดวันประกันพรุ่งอยู่นั่นแหละ... รู้ตัวอีกทีก็....
 
จริงๆก็แอบคิดเหมือนกันว่าถ้าวาดไม่ทันจริงๆรึเราจะพิมพ์เป็น(ของคล้าย)นิยายนี่ส่งโรงพิมพ์ไปเลยดี? ไหนๆแค่กว่าจะเรียบเรียงความคิดออกมาได้นี่ก็.... ใช้เวลาตั้งกี่เดือนกันหว่า? (รวมที่นั่งอู้ด้วย)
ถ้าจะบอกว่าส่วนที่ตัดออกนี่เสียดายตรงไหน.. ก็คงเสียดายที่อยากจะวาดตัวละครที่ไม่ค่อยได้วาดดูน่ะค่ะ อุตส่าห์จงใจให้มีโทริสโผล่ แต่สุดท้ายก็ต้องเอาออกอยู่ดี.... (เสียดายจริงจัง)

ทำไมคนเรานั้นถึงต้องมีความรัก
ทำไมคนเราถึงได้เฝ้าตามหารักแท้ของตนนัก
ทั้งๆที่คนคนนั้น อาจจะอยู่ใกล้ๆเพียงแค่นี้...

ตั้งแต่ที่ได้พานพบกับเธอ
เธอก็คือคู่รักแห่งโชคชะตาของฉัน

赤い糸 

รุ่งเช้าของวันสุดท้ายของการสอบปิดปลายภาคของนักเรียนมหาวิทยาลัย หลังการสอบช่วงเช้าของวันนี้ นายอัลเฟรด เอฟ โจนส์ ได้เตรียมตัวเต็มที่ที่จะสนุกสนานกับวันหยุดยาวของหน้าร้อน ทั้งๆที่มันควรจะเป็นแบบนั้น...

“..อืม”

อัลเฟรดตื่นขึ้นมาหลังจากเสียงของนาฬิกาปลุกดังก้องเข้ามาในหัวได้สักพักหนึ่งแล้วอย่างไม่สู้จะตื่นดีนัก แต่ก็งัวเงียอยู่ได้ไม่นานนักเมื่อเห็นว่าตัวเลขดิจิตอลของนาฬิกาปลุกเดินเลยจากตัวเลขที่ตนตั้งไว้มาโขแล้ว

“ตายล่ะ สายแล้ว!”

ชายหนุ่มรีบกระโดดลงจากเตียงอย่างไม่รอช้า และรีบพุ่งไปเปิดตู้เสื้อผ้าทันที
ขณะเดียวกันนั้น ชายหนุ่มจึงได้สังเกตุเห็นสิ่งผิดแปลกเกิดขึ้นที่นิ้วก้อยซ้ายของตน

เชือกสีแดง... แต่จริงๆถ้าขนาดแค่นี้น่าจะบอกว่าเป็นด้ายสีแดงอาจจะเหมาะกว่าก็เป็นได้ หากแต่ดูแล้วก็ไม่ได้ดูคล้ายเป็นด้ายไหมพรม หรือเส้นเล็กขนาดด้ายเย็บผ้าทั่วไป สิ่งเดียวที่มั่นใจแน่ๆว่าก่อนเข้านอนนั้น ตนเองไม่ได้เอาด้ายอะไรมาผูกไว้ที่นิ้วเป็นแน่แท้
หรือจะเป็นโทริส? ชายหนุ่มนึกถึงชายหนุ่มชาวลิธัวเนียผู้เป็นนักเรียนต่างชาติเช่นเดียวกับตนและรูมเมทที่ร่วมแชร์ห้องกันอยู่ขึ้นมา หากแต่ก็ไม่สามารถเข้าใจความหมายของด้ายนี้อยู่ดี
แต่แล้วความสงสัยของตนก็พลันเปลี่ยนเป็นตกตะลึงในพริบตาเมื่อเห็นว่าภาพสะท้อนตัวเขาในกระจกนั้น ด้ายสีแดงที่ควรจะผูกอยู่ที่นิ้วของเขาอย่างที่เขามองเห็นนี้ กลับไม่ปรากฎอยู่ในเงากระจกนั้นเลย

“...นี่ตาฉันแย่ขนาดนี้แล้วเหรอเนี่ย? .......บ้าจริง! ทำไมผูกซะแน่นแบบนี้!”

ชายหนุ่มสบถออกมาอย่างลืมตัวเมื่อพยายามที่จะแกะด้ายสีแดงนั้นออก แต่กลับต้องพบว่าเป็นความพยายามที่เหนื่อยเปล่า
และราวกับถูกเรียก โทริสโผล่หน้าเข้ามาในห้องของอัลเฟรดพร้อมกับสีหน้าวิตกกังวล

“คุณอัลเฟรด... ไม่เป็นไรนะครับ?”
“อา เธอมาพอดีเลย โทริส มีกรรไกรหรืออะไรมั้ย? ฉันแกะไอ้ด้ายแดงนี่ไม่ออกน่ะ”
“ด้ายแดง? ...ถ้ากรรไกรล่ะก็อยู่นี่ครับ แต่ว่าจะตัดด้ายแดงอะไรเหรอครับ?”
“ก็ด้ายแดงที่นิ้วก้อยนี่ไง”
“...เอ๋?”

ถึงแม้จะทำหน้างุนงงอย่างไม่เข้าใจในคำพูดของอีกฝ่าย โทริสก็ยังยื่นกรรไกรให้กับอัลเฟรดอยู่ดี
เมื่อรับกรรไกรมาแล้ว ชายหนุ่มก็ไม่รอช้าที่จะตัดด้ายนั้นออก และก็ต้องรู้สึกฉงนใจเมื่อพบว่าด้ายที่ดูยังไงก็ไม่แข็งแรงนี้กลับไม่สามารถใช้กรรไกรตัดให้ขาดได้

“เอ่อ... ที่นิ้วก้อยมีอะไรเหรอครับ? คุณอัลเฟรด”
“ก็บอกตั้งแต่เมื่อกี้แล้วไงล่ะว่ามีด้ายแดงมาผูกที่นิ้วก้อยฉันอยู่ ...ว่าแต่นั่นไม่ใช่เธอหรอกเหรอ ที่เอามาผูกที่นิ้วฉันน่ะ?”

ไม่พูดเปล่า พลางยกนิ้วก้อยกับเชือกขึ้นจ่อหน้าอีกฝ่ายอย่างให้เห็นชัดๆ

“อยู่ๆตื่นขึ้นมาก็เจอใครไม่รู้แกล้งมาผูกเอาไว้นะ จะแกะก็ไม่ออก จะตัดก็ไม่ขาดอีกต่างหาก ชักจะจนปัญญาแล้วสิ”
“...เอ... คุณอัลเฟรดยังไงก็รีบไปล้างหน้าล้างตาก่อนดีกว่ามั้ยครับ? ถ้าผมจำไม่ผิดวันนี้ช่วงเช้าคุณน่าจะมีสอบไม่ใช่เหรอครับ? เวลา... ไม่เป็นไรเหรอครับ?”

จริงสิ เพราะมัวแต่สนใจอยู่กับด้ายแดง อัลเฟรดลืมเสียสนิทเลยว่าวันนี้เขามีสอบ และถึงแม้จะอยู่หอใกล้มหาวิทยาลัยมากก็ตาม แต่ถ้าไม่รีบวิ่งให้เต็มที่ อาจจะไม่จบแค่เข้าสอบสายก็เป็นได้

“แย่ล่ะสิ! อา... แว่นๆ แว่นของฉันไปอยู่ไหนเนี่ย” ชายหนุ่มเปลี่ยนเสื้อไปพลางเอื้อมมือคลานหาแว่นของตน
“เอ้า นี่ครับ แล้วก็ผมมีปิ้งขนมปัง กับรินกาแฟไว้เผื่อให้แล้ว อย่างน้อยก็ทานอะไรสักนิดหน่อยดีกว่านะครับ”
“โอ้ว~ เตรียมพร้อมสมกับเป็นโทริสจริงๆ ขอบใจเธอมากนะ”

ไม่แปลกเลยที่พอใครๆได้เห็นบรรยากาศและบทสนทนาแบบนี้แล้วจะอดแซวไม่ได้ว่าพวกเขาสองคนนี่เหมือนเป็นคู่แต่งงานข้าวใหม่ปลามันก็ไม่ปาน
แต่ทุกคนก็เข้าใจกันดีว่าเพราะความที่โทริสชอบที่จะดูแลคนอื่นและมีประสบการณ์ในด้านนี้ที่บ้านเกิดมาพอควร จึงไม่แปลกที่ถนัดในการคอยช่วยเตรียมการรองรับให้กับอีกฝ่าย และส่วนอัลเฟรดนั้นก็เข้ากับคนได้ง่าย สามารถพูดเล่นหัวกับทุกคนได้อย่างไม่คิดมาก ให้พูดอย่างเข้าใจง่ายก็คือ อัลเฟรดนั้นเป็นประเภทคนของประชาชนที่สามารถเข้ากันได้กับทุกคน หากแต่ก็จะไม่คบกับใครลึกซึ้งเป็นพิเศษเช่นกัน

“ขอบใจมากนะ โทริส! ฉันไปก่อนล่ะนะ”
“ครับ ขออวยพรให้กับการสอบนะครับ”

ในเมื่อทำยังไงก็แกะไม่ออก อัลเฟรดจึงได้รีบตัดใจและหันมาทักทายโทริสอีกครั้งก่อนที่จะรีบออกวิ่งแข่งกับเวลาที่เหลืออยู่แบบกระชั้นชิดนี้ แต่แล้วก็แปลกใจเมื่อเห็นว่าด้ายนี้ยาวขนาดว่าเขาวิ่งออกมานอกหอแล้วก็ยังเห็นด้ายนี้ลากไปตามทางเดินจนเขาไม่สามารถมองเห็นปลายของด้ายได้เลย แต่ถึงจะสงสัยในด้ายปริศนานี้ไปก็ไม่ได้คำตอบอะไร สิ่งที่เขาต้องรีบทำเป็นอย่างแรกตอนนี้คือ วิ่งเข้าห้องสอบให้ทันก่อน

 

เวลาล่วงเลยมาจนถึงเที่ยง อัลเฟรดนอนฟุบหน้าลงกับโต๊ะในโรงอาหารของมหาวิทยาลัย ถึงแม้จะเติมเต็มท้องด้วยอาหารต่างๆก็ดูจะไม่ช่วยฟื้นฟูอารมณ์หดหู่ของเขาขึ้นมาได้เลย

“...ท่าทาง อารมณ์ไม่ค่อยดีเลยนะครับ?”
“คิคุ...”

ถึงอีกฝ่ายจะปล่อยออร่าไม่ชวนให้เข้าไปยุ่ง ชายหนุ่มชาวญี่ปุ่นเจ้าของนาม ฮอนดะ คิคุ ผู้เป็นนักศึกษาปริญญาเอกที่ได้รู้จักกันโดยบังเอิญที่ชมรมวิจัยการ์ตูนของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ก็ยังเข้าไปทักด้วยความเป็นห่วง

“ฟังสิ คิคุ! วันนี้โคตรจะอันลัคกี้ตั้งแต่เช้าเลยนะ นาฬิกาปลุกดังก็ไม่ตื่นจนเข้าห้องสอบซะเกือบสาย จนโดนอาจารย์คุมสอบเอ็ดเอาเสียยกใหญ่ อุตส่าห์อดหลับอดนอน แต่ข้อสอบที่ออกก็ดันออกไม่ตรงกับที่อ่านเสีย ฉันควรจะทำยังไงดีเนี่ย!”
“...เรื่องเข้าห้องสอบสายนี่ก็ตัวเองทำตัวเองไม่ใช่เหรอครับ...”
“ไม่ใช่นะ! ถ้าไม่มัวไปเสียเวลาหาทางแก้ไอ้เจ้าด้ายแดงนี่ฉันก็คงวิ่งเข้าห้องสอบทันก่อนเวลาไปแล้วแท้ๆ ใครกันนะที่มาแกล้งผูกนิ้วฉันไว้เนี่ย... จะดึงจะตัดยังไงก็ไม่ขาดอีก แล้วท่าทางโทริส ก็ดูเหมือนจะไม่รู้เรื่องซะด้วยสิ”
“ด้ายแดง?”
“อื้อ ไอ้ด้ายแดงนี่ไง” อัลเฟรดยกนิ้วก้อยกับจับด้ายแดงขึ้นชูให้ดูแบบเดียวกับที่ทำให้โทริสดู
“ด้ายสีแดงที่นิ้วก้อย...เหรอครับ...” ชายหนุ่มชาวญี่ปุ่นพูดนิ่งๆ แต่ท่าทีเหมือนกับว่าได้เอะใจอะไรบางอยู่

“บางที... นั่นอาจจะเป็น “ด้ายแดงแห่งโชคชะตา” ก็เป็นได้นะครับ”
“หา? เธอพูดอะไรของเธอน่ะ?”
“มันเป็นความเชื่อที่เริ่มต้นมาจากจีนและแพร่หลายอยู่ทางแถบเอเชียตะวันออกของพวกผมน่ะครับ ว่าคู่รักที่จะได้ผูกพันกันนั้นจะมีด้ายสีแดงที่มองไม่เห็นผูกเชื่อมกันอยู่น่ะครับ”
“ด้ายสีแดงที่มองไม่เห็น? แต่ฉันเห็นมันชัดๆนี่เลยนะ คงไม่ใช่แล้วมั้ง?”
“อาจจะมีแต่คุณที่มองเห็นก็ได้นะครับ เพราะพูดตามตรง ผมไม่เห็นว่ามีด้ายสีแดงผูกอะไรอยู่ที่นิ้วของคุณอัลเฟรดเลยครับ”
“................หา...? .....เอ๋!!!!!!!”

ถึงจะเป็นคนที่ดูไม่ออกก็เถอะว่าคิดอะไรอยู่ แต่ก็ไม่นึกเลยว่าคนเอาจริงเอาจังแบบอีกฝ่ายก็จะมาล้อกันเล่นแบบนี้ด้วย...

“สงบสติอารมณ์รึยังครับ?” คิคุถามพลางยื่นขวดน้ำให้อีกฝ่าย
“อื้ม... ก็นะ...” อัลเฟรดรับขวดน้ำนั้นมาด้วยความรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออกหลังจากที่ตัวเองโวกเวกโวยวายใส่คิคุอย่างเต็มเหวี่ยง “ไม่นึกเลยนะว่าเธอก็จะล้อฉันเล่นกับเขาด้วย..”
“ไม่ได้ล้อเล่นอะไรเลยครับ...” ชายชาวเอเชียยิ้มนิดๆอย่างลำบากใจเมื่อเห็นท่าทีงอนเป็นเด็กๆของเจ้าคนโตแต่นี้

ใช่ อัลเฟรดเองก็รู้ว่าโดยปกติคิคุไม่ได้มีนิสัยชอบล้อเลียนคนอื่นอยู่แล้ว ถ้าหากเป็นเพื่อนร่วมเฮฮาอย่างพวกโทนี่ก็ยังว่าไปอย่าง แต่แม้แต่คิคุเองก็ไม่น่าจะหลอกเขาด้วยเลย เรื่องประหลาดแบบนี้จะให้จู่ๆทำใจเชื่อ... ถ้าหากเป็นตอนปกติ จริงๆเขาก็คงจะคิดว่ามันก็เป็นเรื่องน่าสนุกก็เป็นได้ เพียงแต่ด้วยว่ากำลังหดหู่อยู่แบบนี้แล้วอดสงสัยไม่ได้ว่ากำลังถูกหลอกอยู่รึเปล่าจนไม่สามารถทำใจให้เชื่อได้ในทันที

“แต่มันแปลกไม่ใช่เหรอ? ทำไมจู่ๆก็มีแต่ฉันที่มองเห็นขึ้นมานะ...”
“ผมเองก็ไม่ทราบเหมือนกันครับ แต่มันอาจจะเป็นสัญญาณบอกอะไรสักอย่างถึงคุณอัลเฟรดก็ได้นะครับ”
“สัญญาณ... ว่าฉันจะมีเนื้อคู่เนี่ยน่ะเหรอ?”
“น่าจะใช่นะครับ ที่ปลายเชือกอีกฝั่งของคุณอัลเฟรด ที่นั่นต้องมีเนื้อคู่ของคุณอยู่แน่ๆครับ”
“หืม...”

ถึงจะท่าทีเหมือนไม่สนใจ แต่ดูเหมือนว่าความจะแตกแน่ๆว่าในใจของอัลเฟรดกำลังสั่นสะเทือนเหมือนถูกแผ่นดินไหวกระหน่ำอยู่
เกิร์ลเฟรนด์ แฟน คนรัก เนื้อคู่.... สารพัดสารเพคำต่างๆนานา ถาโถมเข้ามาในหัวเขาอย่างไม่ขาดสาย ถึงอัลเฟรดจะชอบสนุกสนานกับเพื่อนๆ จนไม่ได้คบกับสาวคนไหนเป็นพิเศษ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่เคยคิดเรื่องคบกับสาวๆแบบมากกว่าเพื่อนเลยสักครั้ง เพียงแต่ว่าทุกครั้งจะเป็นอีกฝ่ายที่มาขอคบด้วย และเมื่อคบไปแล้วก็มักจะถูกบอกเลิกภายหลังด้วยเหตุผลเดียวกันว่า ไม่ว่าพวกเธอจะพยายามให้อัลเฟรดรักเธอขนาดไหน พวกเธอก็ไม่สามารถกลายเป็นคนพิเศษของอัลเฟรดได้ ทั้งๆที่อัลเฟรดเองก็ตั้งใจดูแลพวกเธอเป็นพิเศษแล้วแท้ๆ แต่ก็ยังไม่อาจเข้าใจถึงสิ่งที่พวกเธอต้องการได้อยู่ดี

“...เนื้อคู่งั้นเหรอ... แต่ทำไมรู้สึกเหมือนโดนพระเจ้ายัดเยียดคนรักให้ชอบกลเลยแฮะ ต่อให้ไม่พอใจแค่ไหนแต่ถ้าถูกด้ายแดงผูกกันแล้ว ฉันไม่มีสิทธิ์ปฎิเสธเลยเหรอ?”
“...เอ่อ ตามปกติแล้วไม่มีใครมองเห็นด้ายแดงนะครับ”
“ดีล่ะ คนที่ปลายด้ายนี่จะเป็นเนื้อคู่ของฉันจริงๆหรือไม่ ฉันจะไปตัดสินเอง ถ้าไม่ถูกใจก็ขอลากพระเจ้าลงมาโวยใส่หน่อยล่ะ”
“...ผมไม่คิดว่าพระเจ้าจะมีระยะ Cooling-off หรอกนะครับ...”

แต่ดูเหมือนเสียงของคิคุจะไม่เข้าถึงโสตประสาทของอีกฝ่ายเอาซะเลย

เอาเป็นว่า... ไว้เท่านี้ก่อนแล้วจะมาโพสค่อค่ะ.. (ไปนั่งดูอีกที... พิมพ์เวิร์ดได้ตั้ง 23 หน้าเลยเรอะ)
....โพสเองแล้วรู้สึกกะไม่ถูกแฮะว่าปกติควรจะแปะยาวแค่ไหน
 
...ทดสอบระบบเมนชั่น ถึงเป็นคนที่ไม่ได้เฟบบล๊อกไว้ก็คงขึ้นใช่มั้ย?
 
จริงๆข้าพเจ้าก็ชอบที่อัลฟ์แกAKYด้วยแหละค่ะ ให้พูดก็แล้วมันคือ ซึนเดเร่xซึนเดเร่ ดีๆนี่เองค่ะ (แต่เพราะเป็นแบบนั้นความสัมพันธ์สองคนนี้มันเลยไม่ยอมก้าวหน้าเสียทีนะ..

วันที่ท่านอาเธอร์จะยอมรับความรูีสึกตัวเอง(และความรู้สึกของอัลฟ์)นี่คงอีกนาน...
แอบดีใจที่อัลฟ์ออกมาดูหล่อกับเขาได้บ้างสักที(ฮา วาดคนหล่อไม่เป็นก็งี้ล่ะ) เหมือนคุยไปว่าอยากจะเขียนเพิ่มอีกเป็นเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ คิดไว้เยอะ แต่ก็วาดเป็นภาพออกมาไม่ได้สักทีแฮะ.... (ไร้สกิลจัด)

แหม แต่ก็มีคนบอกเหมือนกันนะคะว่าสองคนนี้ ถึงไม่เคยมีคนไหนบอกว่ามาคบกันเถอะ พวกเขาสองคนก็เหมือนจะคบกันเองอยู่แล้วกลายๆอ่าเนอะ (แบบว่าเป็นสามัญสำนึกของโลกไปแล้ว)

น่ารักและก็ชอบมากเลยค่ะ ><
ยิ่งฟังว่าในBirzนี่ ยังกะเซอร์วิสแม่ยกเบย์เอย์งั้นแหละ ยิ่งดิ้นอยากอ่านเฮตาเลียเล่มต่อไปเร็วๆจัง...

ขอบคุณมากค่ะ ช่วงนี้(จริงๆก็ตั้งนานแล้ว)สปีดตก วาดอะไรไม่ขึ้นเลย กว่าจะเข็นออกมาได้นี่แทบอยากฉลองให้ตัวเอง(ฮา) (ทำงานแล้วนี่มันน่าเศร้าจริงๆ)

คงเพราะท่านอาเธอร์ของบ้านหลักเป็นแบบนั้น ท่านอาเธอร์นี่โดยปกติก็คงเป็นคนขี้โวยวายอ่าเนอะ(แต่น่าจะเฉพาะกับบางคนมั้ง.. คงเพราะส่วนใหญ่อยู่กับอัลฟ์กับคุณพี่อยู่บ่อยๆเลยกลายเป็นเห็นท่านขี้โวยวายประจำไปซะนี่) แต่จริงๆข้าพเจ้าว่าท่านน่าจะเป็นคนเล่นละครเก่งออก ไม่งั้นคงไม่ได้ฉายาลิ้นสองแฉกมาครองได้ล่ะมั้ง
และคงเพราะตัวเองวาดท่านทำตัวเป็นเด็กสาวโอโตเมะบ่อยเกินมั้ง เลยอยากลองวาดแบบไม่โอโตเมะดูมั่ง น่ะค่ะ ^^

Comment

Comment:

Tweet